ท่านผู้มีอาม่าอากงโปรดทราบ ตอน:กรณีศึกษาอาม่ากินยาผิด
posted on 27 Dec 2008 16:53 by 2daskyเมื่อวาน หลังจากย้ายข้าวของจากหอกลับมาถึงบ้านเสร็จ ยายของข้าพเจ้าวัยเกือบๆ 70 ปี ก็เดินเข้ามายื่นถุงๆหนึ่งขนาดใหญ่ซักครึ่งกระสอบให้ แล้วบอกว่า
"เอ๊า..นี่ยาของตากูล(ญาติห่างๆ) เค้าไม่ต้องกินแล้ว เลยเอามาให้ กวางไปดูให้ยายหน่อยซิ มันมียาอะไรมั่งเนี่ย"
เปิดดูปุ๊บก็ต้องร้องโอ้โหเลย ยาอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ประมาณว่าเอาไปเปิดร้านขายได้เลย
" โห..ยาย ยาอะไรเต็มไปหมดเลยเนี่ย"
"เออ..นั่นแหล่ะ เอาไปดูให้ยายหน่อย แล้วเนี่ยๆ ยาอันเนี๊ยะ ใช่ยาเบาหวานมั้ย ยาเบาหวานยายหมดมาสองวันแล้ว เลยเอาในนี้ไปกินแทน"
"หา!! O_O ยายยย Anaprilนี่มันยาความดันนะ หมอเค้าให้ยายกินยาหน้าตาแบบนี้ด้วยหรอ"
"อ้าว หรอ ไม่รู้หนิ ก็นึกว่าเป็นยาเบาหวาน ยายก็เอาไปกินนะซิ"
ยาย =
![]()
อิกวาง =
![]()
เชื่อว่า หลายๆคนที่มีคนแก่ (เอ่อ..เรียกให้ซอฟต์ๆหน่อยเนอะ)...ผู้สูงอายุ อยู่ในบ้าน จะอาม่าอาอึ้ม อากง อะไรก็เหอะ ส่วนมากท่านจะมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ซึ่งก็หนีไม่พ้นโรคฮิตพวกเบาหวาน ความดัน หัวใจ อะไรพวกนี้แหล่ะ แต่ละอาการแต่ละคนก็ต้องใช้ยาที่หมอสั่งอยู่แล้ว ซึ่ง(again)หากว่าปู่ย่าตายายทั้งหลาย อ่านตามฉลากแล้วก็ทานยาตามที่หมอสั่ง มันก็จะไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย แต่ส่วนมากมันไม่ยังงั้นนะสิ
ไหนๆก็ไหนๆ(whereๆ is a whereๆ - เฮ้ย เค้าบอกว่าไม่ตลก - เออๆ ขอโทษที==') เราก็อุตส่าห์ได้ร่ำเรียนคณะเภสัชศาสตร์แล้ว ถึงจะปีหนึ่งอยู่ก็เหอะ ไอ่เรื่องการใช้ยาให้ถูกวิธีเนี่ย เรียนในวิชา Pharmacy Orientation มาแล้วนะคร๊าบบบ เพราะฉะนั้น !! ไหนๆ ก็ไหนๆ เรามาใช้ความรู้ที่อุตส่าห์(โดด)เรียนมาให้เป็นประโยชน์ดีกว่า แต่หากว่าเขียนอะไรผิดพลาดไป ขออภัย +รบกวนแก้ไขให้ด้วยนะคะ เพราะแนะนำไปเท่าที่มีความรู้อันน้อยนิดค่ะ
อ่านที่ไหนๆ เค้าก็จะบอกแต่การใช้ยาที่ถูกวิธีใช้มั้ย เราว่ามันซ้ำซากไป ต้องนี่เลย "กรณีศึกษาการใช้ยาที่ผิดวิธี" สาธิตโดยคุณยายของข้าพเจ้าเอง อ่านกันแล้วอย่าลืมไปดูแลคนที่บ้านให้ใช้ยาถูกวิธีกันด้วยนะค๊าบท่านผู้ชมมม
กรณีศึกษากรณีที่ 1 เป็นโรคอะไร ก็ใช้ยาโรคนั้น
หรือเอาง่ายๆก็คือ หมอสั่งให้กินยาอะไร หน้าตาแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ กินเมื่อไหร่ กินอันนั้นแหล่ะค่ะ อย่าไปทึกทักเปลี่ยนเอาเองเป็นอันขาด ส่วนมาก ไอ่การใช้ยาไม่ถูกกับโรคเนี่ย มักจะเกิดกับการที่เราไม่ทราบว่ามันเป็นยาอะไรมากกว่า คือ นึกว่ายานี้แก้โรคนี้ แต่จริงๆไปแก้อีกโรคนึง ดังตัวอย่างข้างต้นที่กล่าวไปแล้ว หรืออีกตัวอย่างนึง ก็คือ ทราบอยู่แล้วว่าเป็นโรคอะไร และยานี้แก้โรคอะไร แต่ก็ยังไปกินอีก"อ้าว .. กวาง ไม่สบายหรอลูก ตัวร้อนเชียว"
"ค่ะยาย สงสัยเพราะเมื่อวานไปตากฝนมาแน่เลย"
"เอ้า นี่ๆ เอายาแก้อักเสบไปกินไป กินกันๆไว้ก่อน"
ยาย=
อิกวาง=
![]()
จริงๆแล้ว ถ้าเราเกิดไม่สบายอะไรขึ้นมา แล้วนึกไม่ออกว่าจะใช้ยาอะไร ไปปรึกษาเภสัชกรที่ร้านยาได้นะคะ หรือถ้าหากเรามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว แล้วเกิดภาวะแทรกซ้อน เป็นต้นว่า เป็นความดันโลหิตสูง ไม่เคยเป็นเบาหวาน แต่พอเดือนนี้ไปตรวจเลือดมา พบว่าน้ำตาลในเลือดสูงเนี่ย ห้ามไปหายาเบาหวานกินเองนะคะ แนะนำให้ไปปรึกษาหมอที่ไปหาประจำอยู่จะดีกว่าค่ะ
กรณีศึกษากรณีที่ 2 เอายาคนอื่นมาใช้
"อ้าว เก้ง ตัวร้อนหนิ เอายายายไปกินไป เนี่ยๆ ปีที่แล้วที่ยายไม่สบาย หมอจัดยาชุดนี้มาให้เนี่ย"
เก้ง(นังน้องชาย) =![]()
การเอายาคนอื่นมาใช้นี่ จะถือว่าไม่เป็นไร ก็ต่อเมื่อ ยานั้นมีฉลากครบถ้วน เขียนบอกสรรพคุณและวิธีการใช้อะไรเรียบร้อย คือ น่าจะเป็นยาพวกยาสามัญประจำบ้านที่หากินเองได้ง่ายๆมากกว่า แต่ถ้าหากว่า ยาคนอื่นที่ว่าเนี่ย มาแบบ เป็นยาชุดเลย เม็ดเขียวๆส้มๆเหลืองๆ สามซอง เขียนหน้าซองเรียบร้อยว่ากินเมื่อไหร่ กี่เม็ด แต่ก็ไม่บอกชื่อยา และสรรพคุณ กรุณาค่ะ ขอร้องงงงเลย ไปซื้อใหม่เหอะ นะ อย่ากินเลย เพราะเราก็ไม่รู้จริงๆหรอกว่านั่นยาอะไร เสี่ยงต่อการกินยาผิดมาก หรือถ้าหากว่ามีรายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนก็จริง แต่ขาดวันหมดอายุไปล่ะก็ เสี่ยงต่อการกินยาหมดอายุเช่นกันค่ะ
กรณีศึกษากรณีที่ 3 ยาหยอดตาเอาไปหยอดหู ยาทายาเหน็บเอาไปกิน
"ยาย มันคันๆในหูอ่ะ เป็นอะไรไม่รู้ ยายดูให้หน่อยจิ มีแมลงเข้าไปป่าวอ่ะ""ไหนๆ ยายดูซิ ไม่เห็นมีอะไรเลยนิ มันคงมีเชื้อโรคน่ะสิ เนี่ยยาหยอดตายายเข้าว่าฆ่าเชื้อโรคได้นะ ลองเอาไปหยอดดูไป"
ไอ่การใช้ยาผิดวิธีเนี่ย อันตรายมากนะคะ ถ้าเป็นยาที่เค้าห้ามรับประทานแต่เราดันกินเข้าไปเนี่ย อาจจะต้องไปรักษาต่อกับท่านยมเลยนะ
อ่านฉลากให้ถี่ถ้วนก่อนค่ะ ยาอะไรใช้ตรงไหน ใช้ยังไง ใช้ให้ถูกที่ค่ะ ข้อนี้แนะนำว่าโดยเฉพาะสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กค่ะกรณีศึกษากรณีที่ 4 เพิ่ม+ลด โดสยาเอง
"อ้าวยาย นี่หมอเค้าเขียนว่าให้ยายกินแค่เม็ดเดียวหนิ ทำไมยายกินเข้าไปตั้งสองเม็ดล่ะ""ก็ยายไปตรวจเลือดมา เบาหวานมันขึ้นเป็นสองร้อยกว่าแล้วเนี่ย ยายก็เลยเพิ่มเป็นสองเม็ด มันจะได้ลดไวๆ"
ยาย=อิกวาง=
![]()
ขอร้องค่ะขอร้อง พ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายที่เคารพ หากไม่ใช่หมอหรือเภสัชกร กรุณาอย่าเพิ่มหรือลดขนาดยาเองนะคะ เพราะยาทุกชนิดมีช่วงของการรักษาอยู่ ซึ่งช่วงของการรักษาก็คือ ระดับยาในเลือด ที่ให้ผลในการรักษา และไม่ทำให้เกิดอันตราย เป็นต้นว่า ช่วงของการรักษาอยู่ที่ 1-5 เม็ด คือ ถ้ากิน 1 หรือ 5 เม็ด จะยังได้ผลอยู่ แต่ถ้ากิน ครึ่งเม็ด หรือหกเม็ด จะไม่ได้ผลแล้ว นอกจากนั้นยาบางตัวยังมีช่วงของการรักษาแคบ เช่น เค้าให้กิน 1-2 เม็ด แต่ถ้าล่อไป 3 เม็ดนี่ จะเป็นอันตรายแล้ว อะไรยังงี้เป็นต้น
เพราะฉะนั้น อ่านฉลากให้ดีๆก่อนทานยา หากหมอสั่งให้ทานเท่าไหนก็เท่านั้น อย่าไปเพิ่มหรือลดขนาดเอาเองนะคะ การเพิ่มขนาดยาแล้วจะทำให้การรักษาได้ผลเร็วขึ้นหรือดีขึ้นนั้นเป็นความเชื่อที่ผิดค่ะกรณีศึกษากรณีที่ 5 ยาก่อนอาหารเอาไปกินหลังอาหาร ยาก่อนนอนเอาไปกินตอนเช้า
การใช้ยาให้ถูกเวลานี่สำคัญเหมือนกันค่ะ เพราะยาแต่ละชนิดออกฤทธิ์ไม่เหมือนกัน เป็นต้นว่า ยาก่อนอาหารเนี่ย จะทำงานในสภาวะเป็นกรด เพราะกระเพาะเรายังไม่มีอาหารไปย่อย ดังนั้นยาก่อนอาหารจึงต้องทานก่อนอาหารประมาณ 30-60 นาที หากลืมกินก็ให้กินหลังอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง ยาหลังอาหาร ให้ทานหลังอาหารทันที หรือหลังทานอาหาร 15-30 นาที ยาก่อนนอน ก็ให้ทานก่อนจะนอนประมาณ 15-30 นาที คำนวณๆดูเอาว่าหลังอาหารมื้อเย็นประมาณ 4 ชั่วโมง
และที่เน้นย้ำกันอยู่บ่อยๆ คือ ยาปฏิชีวนะ ต้องทานติดต่อกันตามที่แพทย์หรือเภสัชกรสั่ง ห้ามหยุดยาก่อนนะคะ เพราะว่าจะทำให้ดื้อยาค่ะ
และที่สำคัญเลยก็คือ หากว่าลืมทานยามื้อใดมื้อหนึ่ง ให้ข้ามไปเลยค่ะ ไม่ต้องเอามารวมกับมื้อต่อไป หรือ กินเพิ่มเป็นสองเท่านะคะ
ทั้งหมดนี้เป็นกรณีคร่าวๆ ที่จริงๆแล้วมันก็มาจากการวิธีการใช้ยาให้ถูกต้องนั่นแหล่ะค่ะ อ่านได้ตามลิงค์นี้นะคะ http://www.geocities.com/isanconsumer/d0103.html
อย่างที่บอกว่า ยังเป็นละอ่อนปีหนึ่งอยู่ หากว่าผิดพลาดตรงไหนรบกวนแก้ไขให้ด้วยนะคะ หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม หรือมีปัญหาการใช้ยา แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรที่ร้านยาได้ทุกที่เลยค่ะ หรือถามคุณพี่ Kororo ดูก็ได้ค่ะ เป็นรุ่นพี่เภสัชชั้นปีที่ 3 ของกวางเองค่ะตอนนี้ เขียนเกี่ยวกับการใช้ยาที่ถูกวิธีแบบทั่วๆไปมาแล้ว เดี๋ยวตอนหน้าจะมาเขียนเรื่องย่อยๆเกี่ยวกับปัญหาการใช้ยาที่เกิดบ่อยๆ โดยมีคุณยายข้าพเจ้าเป็นพรีเซ็นเตอร์อีกเช่นเคยค่ะ
![]()

#1 By ฟ้าใส on 2008-12-27 19:06