เมื่อวาน หลังจากย้ายข้าวของจากหอกลับมาถึงบ้านเสร็จ  ยายของข้าพเจ้าวัยเกือบๆ 70 ปี ก็เดินเข้ามายื่นถุงๆหนึ่งขนาดใหญ่ซักครึ่งกระสอบให้  แล้วบอกว่า 

            "เอ๊า..นี่ยาของตากูล(ญาติห่างๆ) เค้าไม่ต้องกินแล้ว เลยเอามาให้ กวางไปดูให้ยายหน่อยซิ  มันมียาอะไรมั่งเนี่ย"  

             เปิดดูปุ๊บก็ต้องร้องโอ้โหเลย  ยาอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด  ประมาณว่าเอาไปเปิดร้านขายได้เลย

           " โห..ยาย  ยาอะไรเต็มไปหมดเลยเนี่ย"

          "เออ..นั่นแหล่ะ เอาไปดูให้ยายหน่อย แล้วเนี่ยๆ ยาอันเนี๊ยะ ใช่ยาเบาหวานมั้ย ยาเบาหวานยายหมดมาสองวันแล้ว  เลยเอาในนี้ไปกินแทน"

          "หา!! O_O  ยายยย  Anaprilนี่มันยาความดันนะ  หมอเค้าให้ยายกินยาหน้าตาแบบนี้ด้วยหรอ"

          "อ้าว  หรอ ไม่รู้หนิ  ก็นึกว่าเป็นยาเบาหวาน  ยายก็เอาไปกินนะซิ"

          ยาย =

          อิกวาง =

        เชื่อว่า หลายๆคนที่มีคนแก่ (เอ่อ..เรียกให้ซอฟต์ๆหน่อยเนอะ)...ผู้สูงอายุ อยู่ในบ้าน  จะอาม่าอาอึ้ม อากง อะไรก็เหอะ   ส่วนมากท่านจะมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว  ซึ่งก็หนีไม่พ้นโรคฮิตพวกเบาหวาน ความดัน หัวใจ อะไรพวกนี้แหล่ะ   แต่ละอาการแต่ละคนก็ต้องใช้ยาที่หมอสั่งอยู่แล้ว  ซึ่ง(again)หากว่าปู่ย่าตายายทั้งหลาย อ่านตามฉลากแล้วก็ทานยาตามที่หมอสั่ง มันก็จะไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย  แต่ส่วนมากมันไม่ยังงั้นนะสิ   

         ไหนๆก็ไหนๆ(whereๆ is a whereๆ - เฮ้ย เค้าบอกว่าไม่ตลก - เออๆ ขอโทษที==')  เราก็อุตส่าห์ได้ร่ำเรียนคณะเภสัชศาสตร์แล้ว ถึงจะปีหนึ่งอยู่ก็เหอะ  ไอ่เรื่องการใช้ยาให้ถูกวิธีเนี่ย  เรียนในวิชา Pharmacy Orientation มาแล้วนะคร๊าบบบ  เพราะฉะนั้น !!  ไหนๆ ก็ไหนๆ  เรามาใช้ความรู้ที่อุตส่าห์(โดด)เรียนมาให้เป็นประโยชน์ดีกว่า   แต่หากว่าเขียนอะไรผิดพลาดไป ขออภัย +รบกวนแก้ไขให้ด้วยนะคะ  เพราะแนะนำไปเท่าที่มีความรู้อันน้อยนิดค่ะ 

         อ่านที่ไหนๆ เค้าก็จะบอกแต่การใช้ยาที่ถูกวิธีใช้มั้ย  เราว่ามันซ้ำซากไป  ต้องนี่เลย "กรณีศึกษาการใช้ยาที่ผิดวิธี"   สาธิตโดยคุณยายของข้าพเจ้าเอง   อ่านกันแล้วอย่าลืมไปดูแลคนที่บ้านให้ใช้ยาถูกวิธีกันด้วยนะค๊าบท่านผู้ชมมม 

        กรณีศึกษากรณีที่ 1    เป็นโรคอะไร ก็ใช้ยาโรคนั้น  
        หรือเอาง่ายๆก็คือ  หมอสั่งให้กินยาอะไร หน้าตาแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ กินเมื่อไหร่  กินอันนั้นแหล่ะค่ะ  อย่าไปทึกทักเปลี่ยนเอาเองเป็นอันขาด   ส่วนมาก ไอ่การใช้ยาไม่ถูกกับโรคเนี่ย  มักจะเกิดกับการที่เราไม่ทราบว่ามันเป็นยาอะไรมากกว่า  คือ นึกว่ายานี้แก้โรคนี้ แต่จริงๆไปแก้อีกโรคนึง  ดังตัวอย่างข้างต้นที่กล่าวไปแล้ว   หรืออีกตัวอย่างนึง  ก็คือ ทราบอยู่แล้วว่าเป็นโรคอะไร และยานี้แก้โรคอะไร  แต่ก็ยังไปกินอีก 

    "อ้าว .. กวาง ไม่สบายหรอลูก  ตัวร้อนเชียว"

    "ค่ะยาย  สงสัยเพราะเมื่อวานไปตากฝนมาแน่เลย"

    "เอ้า นี่ๆ  เอายาแก้อักเสบไปกินไป  กินกันๆไว้ก่อน"

    ยาย=     อิกวาง=

    จริงๆแล้ว ถ้าเราเกิดไม่สบายอะไรขึ้นมา  แล้วนึกไม่ออกว่าจะใช้ยาอะไร  ไปปรึกษาเภสัชกรที่ร้านยาได้นะคะ  หรือถ้าหากเรามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว  แล้วเกิดภาวะแทรกซ้อน เป็นต้นว่า เป็นความดันโลหิตสูง ไม่เคยเป็นเบาหวาน   แต่พอเดือนนี้ไปตรวจเลือดมา พบว่าน้ำตาลในเลือดสูงเนี่ย  ห้ามไปหายาเบาหวานกินเองนะคะ แนะนำให้ไปปรึกษาหมอที่ไปหาประจำอยู่จะดีกว่าค่ะ

         กรณีศึกษากรณีที่ 2   เอายาคนอื่นมาใช้
         "อ้าว เก้ง ตัวร้อนหนิ  เอายายายไปกินไป เนี่ยๆ ปีที่แล้วที่ยายไม่สบาย หมอจัดยาชุดนี้มาให้เนี่ย"
           เก้ง(นังน้องชาย) =

         การเอายาคนอื่นมาใช้นี่  จะถือว่าไม่เป็นไร ก็ต่อเมื่อ ยานั้นมีฉลากครบถ้วน  เขียนบอกสรรพคุณและวิธีการใช้อะไรเรียบร้อย   คือ น่าจะเป็นยาพวกยาสามัญประจำบ้านที่หากินเองได้ง่ายๆมากกว่า  แต่ถ้าหากว่า ยาคนอื่นที่ว่าเนี่ย มาแบบ เป็นยาชุดเลย  เม็ดเขียวๆส้มๆเหลืองๆ สามซอง  เขียนหน้าซองเรียบร้อยว่ากินเมื่อไหร่ กี่เม็ด  แต่ก็ไม่บอกชื่อยา และสรรพคุณ  กรุณาค่ะ  ขอร้องงงงเลย  ไปซื้อใหม่เหอะ  นะ อย่ากินเลย  เพราะเราก็ไม่รู้จริงๆหรอกว่านั่นยาอะไร  เสี่ยงต่อการกินยาผิดมาก   หรือถ้าหากว่ามีรายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนก็จริง  แต่ขาดวันหมดอายุไปล่ะก็  เสี่ยงต่อการกินยาหมดอายุเช่นกันค่ะ 

           กรณีศึกษากรณีที่ 3  ยาหยอดตาเอาไปหยอดหู  ยาทายาเหน็บเอาไปกิน
         
"ยาย มันคันๆในหูอ่ะ เป็นอะไรไม่รู้  ยายดูให้หน่อยจิ มีแมลงเข้าไปป่าวอ่ะ"

           "ไหนๆ ยายดูซิ  ไม่เห็นมีอะไรเลยนิ  มันคงมีเชื้อโรคน่ะสิ  เนี่ยยาหยอดตายายเข้าว่าฆ่าเชื้อโรคได้นะ  ลองเอาไปหยอดดูไป"

           ไอ่การใช้ยาผิดวิธีเนี่ย  อันตรายมากนะคะ ถ้าเป็นยาที่เค้าห้ามรับประทานแต่เราดันกินเข้าไปเนี่ย  อาจจะต้องไปรักษาต่อกับท่านยมเลยนะ   
           อ่านฉลากให้ถี่ถ้วนก่อนค่ะ  ยาอะไรใช้ตรงไหน  ใช้ยังไง  ใช้ให้ถูกที่ค่ะ  ข้อนี้แนะนำว่าโดยเฉพาะสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กค่ะ  

            กรณีศึกษากรณีที่ 4  เพิ่ม+ลด โดสยาเอง
           
"อ้าวยาย  นี่หมอเค้าเขียนว่าให้ยายกินแค่เม็ดเดียวหนิ  ทำไมยายกินเข้าไปตั้งสองเม็ดล่ะ"

            "ก็ยายไปตรวจเลือดมา เบาหวานมันขึ้นเป็นสองร้อยกว่าแล้วเนี่ย  ยายก็เลยเพิ่มเป็นสองเม็ด  มันจะได้ลดไวๆ"
ยาย=     อิกวาง=

            ขอร้องค่ะขอร้อง  พ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายที่เคารพ  หากไม่ใช่หมอหรือเภสัชกร กรุณาอย่าเพิ่มหรือลดขนาดยาเองนะคะ  เพราะยาทุกชนิดมีช่วงของการรักษาอยู่   ซึ่งช่วงของการรักษาก็คือ ระดับยาในเลือด ที่ให้ผลในการรักษา และไม่ทำให้เกิดอันตราย   เป็นต้นว่า ช่วงของการรักษาอยู่ที่ 1-5 เม็ด คือ ถ้ากิน 1 หรือ 5 เม็ด จะยังได้ผลอยู่ แต่ถ้ากิน ครึ่งเม็ด หรือหกเม็ด จะไม่ได้ผลแล้ว  นอกจากนั้นยาบางตัวยังมีช่วงของการรักษาแคบ  เช่น เค้าให้กิน 1-2 เม็ด แต่ถ้าล่อไป 3 เม็ดนี่ จะเป็นอันตรายแล้ว  อะไรยังงี้เป็นต้น
           เพราะฉะนั้น อ่านฉลากให้ดีๆก่อนทานยา  หากหมอสั่งให้ทานเท่าไหนก็เท่านั้น  อย่าไปเพิ่มหรือลดขนาดเอาเองนะคะ  การเพิ่มขนาดยาแล้วจะทำให้การรักษาได้ผลเร็วขึ้นหรือดีขึ้นนั้นเป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ

          กรณีศึกษากรณีที่ 5  ยาก่อนอาหารเอาไปกินหลังอาหาร  ยาก่อนนอนเอาไปกินตอนเช้า 
        
การใช้ยาให้ถูกเวลานี่สำคัญเหมือนกันค่ะ  เพราะยาแต่ละชนิดออกฤทธิ์ไม่เหมือนกัน  เป็นต้นว่า ยาก่อนอาหารเนี่ย จะทำงานในสภาวะเป็นกรด เพราะกระเพาะเรายังไม่มีอาหารไปย่อย   ดังนั้นยาก่อนอาหารจึงต้องทานก่อนอาหารประมาณ 30-60 นาที  หากลืมกินก็ให้กินหลังอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง   ยาหลังอาหาร ให้ทานหลังอาหารทันที หรือหลังทานอาหาร 15-30 นาที   ยาก่อนนอน ก็ให้ทานก่อนจะนอนประมาณ 15-30 นาที คำนวณๆดูเอาว่าหลังอาหารมื้อเย็นประมาณ 4 ชั่วโมง 
        และที่เน้นย้ำกันอยู่บ่อยๆ  คือ ยาปฏิชีวนะ ต้องทานติดต่อกันตามที่แพทย์หรือเภสัชกรสั่ง  ห้ามหยุดยาก่อนนะคะ เพราะว่าจะทำให้ดื้อยาค่ะ
       และที่สำคัญเลยก็คือ  หากว่าลืมทานยามื้อใดมื้อหนึ่ง  ให้ข้ามไปเลยค่ะ ไม่ต้องเอามารวมกับมื้อต่อไป หรือ กินเพิ่มเป็นสองเท่านะคะ

     

          ทั้งหมดนี้เป็นกรณีคร่าวๆ ที่จริงๆแล้วมันก็มาจากการวิธีการใช้ยาให้ถูกต้องนั่นแหล่ะค่ะ อ่านได้ตามลิงค์นี้นะคะ http://www.geocities.com/isanconsumer/d0103.html   
         อย่างที่บอกว่า ยังเป็นละอ่อนปีหนึ่งอยู่  หากว่าผิดพลาดตรงไหนรบกวนแก้ไขให้ด้วยนะคะ  หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม หรือมีปัญหาการใช้ยา แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรที่ร้านยาได้ทุกที่เลยค่ะ  หรือถามคุณพี่
Kororo ดูก็ได้ค่ะ  เป็นรุ่นพี่เภสัชชั้นปีที่ 3 ของกวางเองค่ะ  

         ตอนนี้ เขียนเกี่ยวกับการใช้ยาที่ถูกวิธีแบบทั่วๆไปมาแล้ว  เดี๋ยวตอนหน้าจะมาเขียนเรื่องย่อยๆเกี่ยวกับปัญหาการใช้ยาที่เกิดบ่อยๆ  โดยมีคุณยายข้าพเจ้าเป็นพรีเซ็นเตอร์อีกเช่นเคยค่ะ




 

Comment

Comment:

Tweet

เยี่ยมเลยค่ะ
เคยอ่านหนังสือ เค้าบอกว่าคนเฒ่าคนแก่เค้าไม่ค่อยสนใจเรื่องยาหรอก บางทีก็เป็นโรคยาแก้ปวดแก้ปัญหาได้ครอบจักรวาลอะไรแบบนี้

สุขสันต์ปีใหม่นะคะ confused smile

#39 By Bluemoon on 2008-12-31 02:20

sad smile เตือนคุณยายก็ดีเหมือนกันนะคะเนี่ย


Hot!

#38 By tara on 2008-12-30 13:47

อันตราย อย่าเอายาคนอื่นมาเลยคับ
ไปซื้อใหม่เตอะ ถ้าเสียดายก้อเอาไปบริจาคตามโรงบาลอะ เค้ามีรับบริจาคยาเหลือ

#37 By ลดความอ้วน (124.120.12.197) on 2008-12-30 11:03

ยากครับ อาม่าผม บอกไปก็ดื้ออะ หมอจ่ายยาแบบนี้ให้ อาม่าจะกินอีกอันนึง บอกว่าตอนโน้นยังกินได้เลย มันคนละโรคกันแล้ว อาม่า!

ส่วนอากงเป็นประเภทใจร้อนครับ กินปุ๊บจะให้หายปั๊บ ถ้ายังไม่หายภายในห้านาทีจะกินซ้ำ ว๊าก!

Hot!

#36 By นักรบ on 2008-12-29 23:48

อธิบายได้ดี เคสจริงๆ ที่เจอกันบ่อยๆ ด้วย

ดีที่หน้าบ้านเป็นร้านขายยา สงสัยไรเดินไปถามพี่เค้าได้เลย อิอิ

#35 By PoY on 2008-12-29 21:50

ผู้สูงอายุชอบทำเก่ง อากงก็เป็น

#34 By อากุง on 2008-12-29 21:29

จัดยาไว้ให้แกกินเลยก็ดีค่ะ ใส่กล่องที่แบ่งเป็นมื้อๆเอาไว้ big smile

#33 By ffr -_- on 2008-12-29 13:59

อาม่า sad smile

เรื่องนี้ต้องให้แม่อ่าน Hot!
อาม่าของแพรก็ชอบลดยาเองค่ะ

เวลาหมอสั่งยาให้ทานหนึ่งเม็ด อาม่าทานครึ่งเม็ดโดยให้เหตุผลว่ามันแพง แถมยังมีอาอี้คอยเสนับสนุนอีกบอกว่ากลัวยาแรงเกิน

ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะsad smile

#31 By Prae on 2008-12-28 23:21

Hot! ดีจ้า

#30 By (^_^)/nana on 2008-12-28 22:06

สาระดีมีประโยชน์ big smile

#29 By .-.Chill.-. on 2008-12-28 19:07

อากงที่บ้านยังตื่นตอนเช้าไปวิ่ง บ่ายขี่จักรยาน

ยังแข็งแรง แน่นนปึ๊กอยู่ ส่วนอาม่านอนอย่างเดียวตามประสาคนเข่าไม่ค่อยดี..sad smile

แล้วนั่น ยาหยอดตา เอาไปเอาหยอดหู..


ทำไปได้




#28 By เจน on 2008-12-28 19:05

แต่ก่อน para500 ทีละ ๔ เม็ดเป็นประจำ เดี๋ยวนี้ไม่ได้แตะมานานแล้ว

#27 By mahaoath on 2008-12-28 18:31

แจ่มจริง ใช้อ้างอิงได้ โฮ่ๆๆ open-mounthed smile confused smile confused smile Hot!

#26 By xViStA on 2008-12-28 17:56

#25 By preme (125.25.224.129) on 2008-12-28 16:02

Hot!
บางทีคนแ่ก่ก็เสียดายยา หายแล้วแต่ยาไม่หมดก็เอามากินซะงั้น ไม่ก็เอาของคนอื่้นก็มี sad smile
งี้ต้องบังคับซะแล้ว

#24 By [loveX] on 2008-12-28 13:30

ปล. น้องชายชื่อเก้งจริงๆค่ะsad smile

#23 By 2daSky* on 2008-12-28 13:25

#6 ขอบคุณพี่Kororo มากนะคะ เมื่อวานกวางเอายาในถุงนั้นไปให้ที่ร้านยาคณะดูเลยอ่ะค่ะ ว่ามันมียาอะไรมั่ง ไว้โอกาสหน้าเจอพี่แล้วนู๋จะไปขอคำปรึกษาอีกนะค่ะท่านพี่ๆ ขอบคุณค่า

# ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านนะคะ อยากบอกว่าดีใจมากๆๆๆๆๆๆที่ได้ Hot post คือ ครั้งแรกในชีวิตเลย ตื่นเต้น วิ่งรอบบ้านสามรอบครึ่ง(เค้าบอกว่าเว่อร์ไป- อ้าวหรอsad smile) ดีใจที่ได้แบ่งปันความรู้กันนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าอ่านแล้วเก็บไว้เฉยๆ กลับไปดูแลคนที่บ้านกันด้วยนะค๊าบบบบ
confused smile

#22 By 2daSky* on 2008-12-28 13:24

คุณยายเค้าหวังดีครับ

#21 By ADVENTURE on 2008-12-28 12:29

เป็นหมอยาหรอ อืมมีสาระเป็นบางครั้งนะเรา

#20 By คนช้ำรัก on 2008-12-28 10:59

Hot!

ไม่ต้องถึงกงกะม่า หม่าม้าที่บ้านก็ชอบเอายาคนอื่นมากินเอง โดสเองเสร็จสรรพอีกต่างหากsad smile

#19 By ลูกคนโตเอง on 2008-12-28 10:07

กินไม่ครบโดสตลอดเลยค่า แหะๆ

แถมเคยไม่สบายอาการเดียวกับแม่เด๊ะ ซึ่งแม่เป็นเมืองเดือนก่อน แม่เลยเจียดยาที่กินไม่หมดให้ แหะๆ อันนี้ไม่สมควรทำตามอย่างยิ่ง ดีแต่ว่าเป็นไข้หวัดเจ็บคอธรรมดา

ต่อไปไม่ทำอีกแล้ว คร๊าบบบบบบบบบ คุณเภสัช

#18 By นกจร on 2008-12-28 09:56

Dear Gwang,
So lovely entry and fullfil with any info we have to know...Thanks you dear, and stay healthy..
Happy new year 2009..
big smile

#17 By Mr.BJ on 2008-12-28 06:53

ฮาตรงเนี้ย

ยายbig smile กวางsad smile

#16 By Iphigenia on 2008-12-28 02:28

อาม่าน่ารักจริงๆ confused smile

รุ่นน้องเราก็เรียนเภสัชเหมือนกัน
ป่วยที่ไรแจกยากำลังใจเราทู้กที
หายป่วยไวขึ้นเยอะเลยหล่ะ 55


สู้ต่อไป Hot!

#15 By iDoi* on 2008-12-28 01:35

ขอบคุณครับ
ท่าทางอาม่าแบบนี้จะมีทั่วโลกนะครับ ฮาHot!
อีกอย่างนึงที่พอกัน
เป็นอะไรเล็กๆน้อยๆ กินยาแก้อักเสบไว้ก่อน
(บางโรค มันไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียนะก๊าบบ -*-)
amoxyllin นี่แหละ ตัวดีเลย นิยมกินกันจริงๆ
จนจะกลายเป็นยาครอบจักรวาล รักษามันทุกโรคไปซะละ angry smile
บ้านผมชอบเก็บยาค้างปี sad smile
เวลาเป็นไรขึ้นมาจะกินทีนี่ ต้องคอยระแวงตลอด
Hot!

#12 By pisces on 2008-12-28 00:06

ดีครับbig smile
ชอบกรณีศึกษาอาม่ามากquestion

#10 By aaaaaaa on 2008-12-27 23:34

ยาปฏิชีวะ นี่ ลืมกินประจำตอนใกล้หายเนี่ย เพราะมันไม่มีอาการ

#9 By หมูทอดซามะ on 2008-12-27 23:27

ดูแลดีๆน่อ ยาหยอดหู หยอดตาเนี่ยตัวดีครับ
..
เก้ง กวาง

เอ่อ ....

#8 By Shuu Exteen on 2008-12-27 23:19

Hot! Hot! ถูกใจให้ดาวเลยค่ะ
คุณแม่เป็นพยาบาล สอนเรื่องการกินยาให้ถูกมาตลอดเหมือนกัน

#7 By hikaru on 2008-12-27 23:13

โอ้ว...เภสัชคุณภาพ!!!
ถึงอยู่ปี 1 แต่ความรู้ท่วมท้น me/ ตบมือแปะๆ
สมัยฉันเรียนยังไม่บรรลุขนาดนี้เลย เอิ้กๆ

คุณยายน้องก็น่ารักจัง เป็นห่วงลูกหลานbig smile

เรื่องการดูแลการกินยาของผู้สูงอายุก็เป็นหน้าที่ของลูกหลานอย่างเราเหมือนกัน โรคาท่านมากมาย ขอเพียงกำลังใจจากลูกหลาน และแรงสนับสนุนจากบุคลากรทางการแพทย์ ก็ทำให้สุขภาพกายใจท่านแข็งแรงสมบูรณ์ได้ ถึงบางโรคอย่างโรคความดัน เบาหวาน จะเป็นโรคเรื้อรัง กินยาตลอดชีวิต แต่หากควบคุมอาการได้ดี ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ของคุณยายน้อง ถ้าเป็นยาความดัน หรือยาเบาหวาน บางทีถ้าลืมกิน ก็ให้กินทันทีที่นึกได้ เพราะกินยายังดีกว่าขาดยา แต่ถ้านึกขึ้นได้เมื่อเลยเวลากินยาไปแล้ว 12 ชั่วโมง ก็ให้ข้ามยาโดสนั้นไปเลยเนอะ

ส่วนยาเบาหวาน พี่ไม่รู้ว่ายายน้องได้ยาอะไร แต่กินแบบดับเบิ้ลน่ะ กลัวระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจริงเชียว มันจะมีอาการใจสั่น หน้ามืด เหงื่อแตก อารมณ์ฉุนเฉียว น้องก็เอาลูกอม น้ำหวานให้ยายกินนะ แต่บอกๆยายไว้ อย่าดับเบิ้ลยาพวกนี้เลยจะดีมากๆ ส่วนยาความดัน อย่าดับเบิ้ลเลย ก้มกราบ กลัวความดันต่ำแล้วจะเป็นลมล้มตึงเอา

บางเรื่องคนใช้ยาเขาไม่รู้ เขาไม่รู้ก็ไม่ใช่ความผิดเขา
มันเป็นหน้าที่ของเภสัชเนี่ยแหละที่ต้องบอกต้องย้ำวิธีใช้ อาการข้างเคียงจากการใช้ยา

เฮ้อ คันปากอยากตามไปให้ counseling คุณยายถึงบ้านจริงเชียว
สู้ต่อไป เภสัชปี 1...

#6 By kororo on 2008-12-27 23:11

เออ เพิ่งสังเกตดีๆ อีกที

ตกลงน้องชายชื่อ เก้ง จริงๆ เหรอครับ คุณน้องกวาง sad smile

#5 By hongsoo on 2008-12-27 23:03

พวกเพิ่มลดโดสเองนี่แล อันตรายนัก sad smile วันดีคืนดีอาจจะดับอนาถไปได้ดื้อๆ ส่วนหยิบยากินมั่วเองนี่ก็... เหอๆ ไอ้เราเคยหยิบผิดยาแก้ไอแทนยาแก้เมารถเพราะมันเม็ดเล็กๆเหลืองๆเหมือนกันนี่แหละ sad smile (แล้วทำไม้แม่ข้อยไม่เขียนฉลากไว้เล่าว่ามันอะไร เก็บใส่กล่องชื่อก็ไม่มี เม็ดมันเหมือนๆกันก็นึกว่าใช่จิ ถ้ารู้ว่าไม่ใช่ก็ไม่กินหรอก ฮ่วย)

Hot!

#4 By เย้51 + bean54 on 2008-12-27 21:21

sad smile ข้าพเจ้ากินเกิน โดส ตลอด เอิ้กๆ

#3 By hongsoo on 2008-12-27 20:33

Hot!
มีสาระความรู้ดี

#2 By julluj on 2008-12-27 19:23

big smile open-mounthed smile confused smile

#1 By ฟ้าใส on 2008-12-27 19:06